ฟุตบอลโลก 2014 (77 )

สำหรับการออกอากาศผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ อาร์เอสทำสัญญาอนุญาต ให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เป็นผู้ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันชื่อ เอไอเอสออนแอร์ (AIS On Air) ที่เปิดให้ดาวน์โหลด ผ่านแอพสโตร์ในระบบไอโอเอส และกูเกิลเพลย์ในระบบแอนดรอยด์ โดยจะต้องเป็นผู้ใช้บริการในระบบเอไอเอส ที่ชำระค่าบริการอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 199 บาทเท่านั้น[45] ซึ่งการถ่ายทอดสดในทุกช่องทาง จะไม่มีภาพยนตร์โฆษณาคั่นระหว่างการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2014 (76 )

ซึ่งช่องรายการดังกล่าวสามารถรับชม ในระบบโทรทัศน์ความละเอียดมาตรฐาน ผ่านกล่องรับสัญญาณดาวเทียมซันบ็อกซ์ และกล่องบอลโลกดิจิทัลทีวี ของอาร์เอสเท่านั้น อนึ่ง อาร์เอสทำสัญญาอนุญาตให้พีเอสไอ ผู้ประกอบการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม รับดำเนินการแพร่ภาพช่อง อาร์เอส-ฟีฟ่า เวิลด์คัพ แชนเนล คู่ขนานในระบบโทรทัศน์ความละเอียดสูงด้วย นอกจากนี้ สำหรับการถ่ายทอดสด ผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดิน อาร์เอสมอบหมายให้ช่อง 8 ของตนเอง ซึ่งอยู่ในระบบดิจิทัล หมายเลข 27 ร่วมกับการทำสัญญาอนุญาต แก่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ซึ่งอยู่ทั้งในระบบแอนะล็อก หมายเลข 7 และระบบดิจิทัล หมายเลข 35 เป็นจำนวนรวม 22 นัดการแข่งขัน

แชมป์มวยโลกชาวไทย สด จิตรลดา (10 )

และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาสดได้เข้าทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่พักหนึ่ง จึงลาออกและเดินทางไปสอนมวยไทยที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเป็นระยะเวลา 3-4 ปี ปัจจุบันได้กลับมาเปิดค่ายมวยไทยเพื่อสอนมวยให้เด็กและเยาวชนตลอดจนผู้สนใจในศิลปะมวยไทยที่บ้านพักซอยทานสัมฤทธิ์ ติวานนท์ 38 จังหวัดนนทบุรี  สถานภาพสมรสกับ ทัศนีย์ สีดาสมุทร นักแสดงช่อง 7 และมีลูกสาวคนเดียวคือ ณัฐณิชา วงศ์เจริญ (สตางค์)

แชมป์มวยโลกชาวไทย สด จิตรลดา (9 )

ชีวิตส่วนตัวและชีวิตหลังแขวนนวม

สด จิตรลดา เป็นชาวมุสลิมโดยกำเนิด ภายหลังแขวนนวมสดได้ศึกษาต่อจนกระทั่งจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นับว่าเป็นนักมวยเพียงไม่กี่คนที่จบการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา และได้เปิดกิจการร้านอาหารใช้ชื่อว่า “ครัวสด” แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเขตคลองเตย (ส.ข.) ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

แชมป์มวยโลกชาวไทย (68) (เวนิส บ.ข.ส. )

แชมป์โลกคนที่ 4

 

เวนิสได้ชิงแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวท ของสภามวยโลก (WBC) ในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กับ เบตูลิโอ กอนซาเลซ แชมป์โลกชาวเวเนซุเอลา เวนิสเป็นฝ่ายชนะน็อกในยกที่ 10 ไปได้อย่างงดงาม ท่ามกลางจำนวนผู้ชมถึง 30,000 คน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาทอดพระเนตรการชกด้วยพระองค์เอง โดยเวนิสถือเป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกด้วยที่เป็นมวยถนัดซ้าย เวนิสป้องกันตำแหน่งไว้ได้เพียงครั้งเดียว โดยชนะคะแนน เออร์ปิโต้ ซาลาวาร์เรีย นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ผู้

แชมป์มวยโลกชาวไทย (67) (เวนิส บ.ข.ส. )

จึงได้รับการสนับสนุนจาก “ครูเฒ่า” ชนะ ทรัพย์แก้ว โปรโมเตอร์ศึกทหารเอกและเทรนเนอร์ชื่อดังในยุคนั้น จนได้รับถ้วยพระราชทานจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในฐานะนักมวยสากลยอดเยี่ยมในรายการโดยเสด็จพระราชกุศลเมื่อ พ.ศ. 2512 โดยชกชนะ ศักดิ์ ศักดิ์แหลมทอง และได้ครองแชมป์มวยสากลเวทีลุมพินีรุ่นฟลายเวทเมื่อ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2513 ชนะน็อค รัตนศักดิ์ วายุภักดิ์ ยก 9

ฟุตบอลโลก 2006 ( 23 )

รอบสองอิตาลีผ่านออสเตรเลีย

รอบสองวันที่สามคู่แรกเป็นการพบกันระหว่างอิตาลี (แชมป์กลุ่ม E) กับออสเตรเลีย (รองแชมป์กลุ่ม F) ก่อนเกมใคร ๆ ก็คาดกันว่าน่าจะเป็นงานง่ายของทีมอัสซูรี่ที่จะผ่านออสเตรเลียไปได้ แต่กลายเป็นว่างานยากกว่าที่คิดไว้มากเมื่อมาร์โค มาเตรัสซี่ โดนใบแดงไล่ออกตั้งแต่ปลายครึ่งแรก ทำให้เกมในครึ่งหลังกลับตกเป็นของออสเตรเลียเป็นส่วนใหญ่

ฟุตบอลโลก 2006 ( 22 )

ผลการแข่งขันในรอบแรก กลุ่ม H

ทีม                    แต้ม      แข่ง      ชนะ      เสมอ     แพ้        ได้         เสีย       รวม

สเปน                9         3          3          0          0          8          1          +7

ยูเครน   6          3          2          0          1          5          4          +1

ตูนิเซีย   1                      3          0          1          2          3          6          -3

ซาอุดีอาระเบีย                1          3          0          1          2          2          7          -5

ฟุตบอลโลก ปี1990 รอบคัดเลือกโซนยุโรปที่น่าจับตามอง

กลุ่ม 4 ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง  เยอรมันตะวันตก กับทางด้าน เนเธอร์แลนด์ ซึ่งก่อนหน้าการแข่งขันจะเริ่มต้น ทีมเนเธอร์แลนด์สายเลือดใหม่ที่นำโดยสามทหารเสือ รุด กุลลิท มาร์โก ฟานบาสเท่น และแฟรงค์ ไรจ์การ์ด เพิ่งจะประกาศศักดาคว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรป 1988 บนแผ่นดินเยอรมันได้สำเร็จ แถมในรอบรองฯ พวกเขายังเขี่ยเจ้าภาพเยอรมันตะวันตกตกรอบไปเสียด้วย เลยยิ่งทำให้การเผชิญหน้ากันของ ทั้งคู่ใน ครั้งนี้ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น

แถมในกลุ่มนี้ยังมีเพียง 4 ทีม

ซึ่งหมายถึงว่าจะมีแชมป์กลุ่มทีมเดียวเท่านั้นที่จะได้เข้ารอบ ส่วนอันดับสองจะต้องไปวัดกับอีกสองกลุ่มที่มี 4 ทีมเหมือนกัน เพื่อเอาเพียงสองทีมเข้ารอบ ทั้งคู่จึงหมายมั่นปั้นมือที่จะต้องเอาแชมป์กลุ่มให้ได้ เพราะนอกจากจะเป็นการประกันตำแหน่งแชมป์กลุ่มแล้วก็ยังเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีระหว่างชาติอีกด้วย ซึ่งผลก็ปรากฏว่ายกนี้เนเธอร์แลนด์เป็นฝ่ายชนะไปก่อนเนื่องจากเยอรมันตะวันตกไปพลาดเสมอกับเวลส์เสียนัดหนึ่ง ทำให้ต้องตกมาเป็นอันดับสองของกลุ่มนั้นเอง

แต่ก็ยังมีคะแนนดีพอที่จะได้เข้ารอบสุดท้ายเช่นกัน เช่นเดียวกับอังกฤษอีกหนึ่งอดีตแชมป์โลกที่อยู่ในกลุ่ม 2 ที่มี 4 ทีมเช่นกันและก็เข้ารอบในฐานะอันดับสองที่มีคะแนนดีที่สุดเช่นกัน ปล่อยให้เดนมาร์กทีมดาวรุ่งจากสี่ปีก่อนซึ่งเป็นอันดับสองของกลุ่ม 1 ต้องตกรอบไป ส่วนทีมแชมป์ของทั้งสองกลุ่มนี้คือโรมาเนีย (กลุ่ม 1) และสวีเดน (กลุ่ม 2)

ประวัติ เหตุการณ์ฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 เจ้าภาพฝรั่งเศสในปี 1938

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 เจ้าภาพฝรั่งเศสในปี 1938

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 จัดที่แผ่นดินยุโรปอีกครั้งเมื่อฝรั่งเศสได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เจ้าภาพท่ามกลางความไม่พอใจของชาติอเมริกาใต้ที่มองว่าควรสลับกันระหว่าง 2 ทวีป ก่อนที่ทีมชาติอิตาลีจะป้องกันแชมป์เอาไว้ได้  การแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เจ้าภาพได้เข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ขณะที่ทีมจากทวีปอเมริกาใต้ยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือ มีเพียงแค่บราซิลเท่านั้นที่มาแข่งขัน ซึ่งระบบการแข่งขันยังคงรูปแบบคล้ายกับการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 2

 

ฟุตบอลโลก 1938 (ฝรั่งเศส)

ฝรั่งเศส เจ้าภาพ เริ่มต้นด้วยการเอาชนะเบลเยียม 3-1 ในรอบแรก แต่ก็พ่ายแพ้อิตาลี 1-3 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่งผลให้อัซซูรี่ แชมป์เก่า ทะลุไปพบกับบราซิล ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งอิตาลี ชนะไป 2-1 หลังจบเกม “อเดมาร์ ปิเมนตา” กุนซือของบราซิลออกมายอมรับว่า วางแผนผิดที่พักพวกตัวเก่งเอาไว้เล่นในนัดชิงชนะเลิศ หนึ่งในนั้นก็คือ “เลโอนิดาส” ทำให้ทีมชาติอิตาลีหลุดไปชิงชนะเลิศกับฮังการี ที่ถล่มสวีเดน 5-1 ในรอบรองฯ

ฟุตบอลโลก 1938

ในเกมรอบรองชนะเลิศ วันที่ 16 ก.ค. ระหว่างอิตาลี กับ บราซิล ที่สนามสต๊าด เวโลโดรม เมืองมาร์กเซย อิตาลี ขึ้นนำก่อน 1-0 และมาได้จุดโทษ “จูเซ็ปเป เมียซซา” รับหน้าที่สังหาร แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อจังหวะสาวเท้าเข้าไปยิง เชือกรัดกางเกงเกิดหลุด จึงต้องใช้มือซ้ายจับขอบกางเกงเอาไว้ ก่อนที่จะส่งบอลเข้าไปกองอยู่ก้นตาข่าย

 

ขุนพลอัซซูรีพิสูจน์ตัวเองได้ว่า พวกเขามีดีพอที่จะเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง จากชัยชนะ 4-2 เหนือทีมฮังการี และทำให้ “จูเซ็ปเป เมียซซา” กับ “ซิลวิโอ ปิโอลา” กลายเป็นตำนานลูกหนังอิตาเลียนมาถึงปัจจุบัน รวมทั้งเป็นชาติแรกที่ป้องกันแชมป์โลกของตัวเองเอาไว้ได้อีกด้วย

ชาติเจ้าภาพ : ฝรั่งเศส    วันที่แข่งขัน : 4 มิถุนายน – 19 มิถุนายน ปี 1938

จำนวนทีมที่เข้าร่วม : 15 จาก 4 ทวีป

ฟุตบอลโลก 1938

เมืองที่ใช้จัดแข่งขันฟุตบอลโลก 1938

เมืองที่ใช้จัดแข่งขัน : 10 เมือง 10 สนาม

– Antibes, Stade du Fort Carre (อันติบส์, สต๊าด ดู ฟอร์ การ์เร่)

– Bordeaux, Parc Lescure (บอร์กโดซ์, ปาร์ก เลสกูร์)

– Le Havre, Stade Cave Verte (เลอ อาฟร์, สต๊าด ดาเว่ แวร์ต)

– Lille, Stade Victor Boucquey (ลีลล์, สต๊าด วิตอร์ บุซเก้)

– Lyon, Stade Gerland (ลียง, สต๊าด แชร์กล็องด์)

– Marseille, Stade Velodrome (มาร์กเซย, สต๊าด เวโลโดรม)

– Paris, Parc des Princes and Stade Olympique de Colombes (ปารีส, สต๊าด โอลิมปิ เดอ โกลอมส์)

– Reims, Velodrome Municipal (แร็งส์, เวโลโดรม มูนิซิปัล)

– Strasbourg, Stade de la Meinau  (สตราส์บูร์ก, สต๊าด เดอ ลาเมโน่)

– Toulouse, Stade Chapou (ตูลูส, สต๊าด ชาปู)

 

ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 1938

รอบชิงชนะเลิศ   19 มิถุนายน 1938    ฮังการี แพ้ อิตาลี 2-4

แชมป์ : อิตาลี (สมัยที่ 2)    รองแชมป์ : ฮังการี   อันดับ 3 : บราซิล  อันดับ 4 : สวีเดน

จำนวนนัดที่แข่งขัน : 18   ประตูที่ทำได้ : 84 (เฉลี่ย 4.67 ต่อเกม)

รางวัลรองเท้าทองคำ : เลนิดาส (7 ประตู)

สรุปดาวซัลโว

 

– 7 ประตู : เลโอนิดาส (บราซิล)

– 6 ประตู : กียูล่า เซนเกลเลอร์ (ฮังการี)

– 5 ประตู : กียอร์กี ซาโรซี่ (ฮังการี), ซิลวิโอ ปิโอล่า (อิตาลี)

– 4 ประตู : กิโน่ โคลอสซี่ (อิตาลี), แอร์นส์ วิลีมอฟสกี้ (โปแลนด์)

– 3 ประตู : เปราซิโอ (บราซิล), โรเมอู (บราซิล), ตอร์เร่ เคลเลอร์ (สวีเดน), อาร์เน่ นีเบิร์ก (สวีเดน), กุสตาฟ เวตเตอร์สตรอม (สวีเดน), อันเดร อเบกเลนน (สวิตเซอร์แลนด์)

– 2 ประตู : เฮคเตอร์ โซคอร์โร่ (คิวบา), โอลด์ริช เนเยดลี่ (เชโกสโลวาเกีย), ฌอน นิโกลัส (ฝรั่งเศส),       สเตฟาน โดเบย์ (โรมาเนีย)

– 1 ประตู : 26 คน    – ทำเข้าประตูตัวเอง : 1 คน